
ลิเวอร์พูล vs. เอฟเวอร์ตัน
คงจะมีน้อยคนที่จะคาดว่าลิเวอร์พูล จะอยู่ตามหลังจ่าฝูงไกลถึง 14 คะแนนในเวลานี้ ในขณะที่เอฟเวอร์ตัน ตามหลังโซนยุโรปอยู่ 9 แต้มในช่วงเวลานี้ของฤดูกาล แต่สโมสรจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ ทั้งสองแห่งต่างก็ต้องเจ็บปวดจากความคาดหวังที่สูงลิบในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ดีทั้งสองสโมสรก็เริ่มที่จะเรียกฟอร์มเก่าๆกลับมาได้ทันทำให้เราน่าจะได้ดูเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง
ผมเองไม่เคยสนุกเลยในการลงทำศึกนี้ในช่วงที่ยังเป็นนักฟุตบอลเพราะเกมมันจะเร็วมากราวกับรถที่วิ่งด้วยความเร็วเป็นร้อยๆไมล์ต่อชั่วโมง ไม่มีเวลาที่บอลจะหยุดนิ่ง และมันก็เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่านมาก สิ่งที่มีความหมายสำหรับเกมนี้ก็คือการที่ทั้งสองทีมต้องการที่จะยืดสถิติไม่แพ้ใครต่อไปอีกในช่วงนี้ เพราะสิ่งที่เกิดในเมอร์ซี่ย์ไซด์ในฤดูกาลนี้นั้นไม่ต่างอะไรจาก “หายนะ” กับการที่ ลิเวอร์พูล ตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก มีปัญหามากมายภายใน และไม่สามารถที่จะกลับไปลุ้นแชมป์ได้ ในขณะที่ เอฟเวอร์ตัน มีปัญหาทั้งเรื่องอาการบาดเจ็บแทบยกทีมไหนจะมีเรื่องของโครงการก่อสร้างสนามใหม่ที่ถูกขัดขวาง และผลกระทบจากการที่ขาย โจลีออน เลสค็อตต์ ให้กับทางแมนฯซิตี้ แต่ถึงจะมีแต่เรื่องเต็มไปหมด ทั้งสองทีมก็เริ่มกลับมาตั้งหลักกันได้อีกครั้งและตอนนี้ก็ดูคล้ายว่าจะถึงขาขั้นแล้ว
ลิเวอร๋์พูล ไม่แพ้ใน 6 นัดหลังสุด (ชนะ 4) และรักษาคลีนชีทได้ถึง 5 นัด ขณะที่เอฟเวอร์ตัน ไม่แพ้ใครมา 9 นัดแล้วในลีกนับตั้งแต่แพ้ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์นัดล่าสุด พวกเขาชนะ 5 จาก 5 นัดหลังสุด และรักษาคลีนชีทได้ 3 นัด ด้วยเหตุนี้ทำให้ทั้งสองทีมน่าจะมีความมั่นใจและน่าจะลงไปเล่นเพื่อชัยชนะให้ได้
ราฟา เบนิเตซ และ เดวิด มอยส์ เริ่มที่จะกลับไปที่รากฐานเดิมก็คือเรื่องของเกมรับหลังจากที่ทั้งสองทีมสูญเสียตัวตนไปไม่น้อยจากการที่เสียประตูเป็นเข่งในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ซึ่งจากเกมรับที่แข็งแกรงขึ้นของทั้งสองทีมก็ทำให้ผลงานค่อยๆดีขึ้นตามลำดับไปด้วย เอฟเวอร์ตัน นั้นเก็บแต้มได้จากทั้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์,เอมิเรตส์ ซึ่งนัดนั้นพวกเขาน่าจะชนะด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ดี ผลงานในการมาเยือนแอนฟิลด์ในช่วงหลายปีหลังก็ไม่ค่อยดีนัก
ทอฟฟี่เมน ไม่เคยมาชนะที่นี่เลยนับตั้งแต่ปี 1999 ในเดือน ก.ย. ที่เควิน แคมป์เบลล์ เป็นผู้่ทำประตูโทนในเกมที่มีการชูใบแดงไล่ออกถึง 4 ใบ ตอนนั้นผู้จัดการทีมของทั้งสองทีมยังเป็น เชราร์ อุลลิเยร์ และ วอลเตอร์สมิธ ส่วนคนที่หลงเหลือมาถึงทุกวันนี้ของลิเวอร์พูล มี สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ซึ่ง สตีวี่จี ก็เป็นคนนึงที่โดนไล่ออกในเกมนั้นด้วยหลังจากที่ลงมาเป็นตัวสำรอง เรื่องใบแดงของศึกคู่นี้เป็นเรื่องธรรมดาเพราะมีการไล่ออกกันถึง 17 ครั้งเลยทีเดียว มากที่สุดกว่าเกมดาร์บี้แมตช์ไหนๆในประวัติศาสตร์
เอฟเวอร์ตัน ไม่ชนะในเกม 9 นัดหลังสุดในการเยือนแอนฟิลด์ แต่พวกเขาก็เอาผลเสมอกลับมาได้ถึง 5 ครั้ง รวมถึงผล 1-1 ในฤดูกาลที่แล้วด้วย ในเกมนี้มันจึงน่าจะเป็นเกมที่สูสีและสู้กันอย่างดุเดือด แต่ผมก็ยังเชื่อว่าลิเวอร์พูล น่าจะ “เฉือน”เอาชนะได้
ในเกมรับทั้งสองทีมดีขึน้จริง แต่ว่าลิเวอร์พูล ก็ยังไม่ได้ทำได้ดีเท่าในฤดูกาลที่แล้ว พวกเขายังมีผลงานในบ้านที่ใช้ได้รวมถึงการชนะ 4 นัดติดต่อกัน โดยที่จะชนะ 2 ประตูใน 4 นัดที่ว่า
นักเตะหงส์แดงเล่นได้ดีขึ้นในเกมกับ ท็อตแน่ม เมื่อเดือนที่แล้ว และพวกเขาก็พร้อมที่จะสู้ ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน มีนักเตะที่อันตรายเช่น ทิม เคฮิลล์,แลนดอน โดโนแวน, สตีเว่น พีนาร์ และ หลุยส์ซาฮา ซึ่งผมคาดว่าเจ้าบ้านน่าจะเฉือนเอาชนะได้ 1 ประตู เพราะผมเชื่อว่าแฟนๆเจ้าถิ่นน่าจะส่งผลบวกต่อนักเตะลิเวอร์พูล ดังนั้นผมจึงขอเลือกเจ้าบ้านชนะครับ

ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ vs. แอสตัน วิลล่า
ท็อตแน่ม จะได้รับมือกับ แอสตัน วิลล่า ในสัปดาห์นี้ที่น่าจะเป็นเกมที่ต่ืนเต้นเป็นอย่างยิ่ง สเปอร์ส ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงรอบ 5 เอฟเอ คัพ เมื่อกลางสัปดาห์หลังจากที่ทำผลงานได้น่าประทับใจที่เอลแลนด์โร้ด ทีมของ แฮร์รี่ เรดแนปป์ เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมในคืนนั้น และสมควรชนะมากกว่านั้นด้วย แต่พวกเขาก็ต้องเจอกับคู่แข่งที่หินกว่าในการรับมือกับ วิลล่า ทีมที่กำลังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมในเวลานี้
ทั้งสองทีมเสมอกันมา 1-1 ที่ วิลล่า ปาร์ค เมื่อเดือน พ.ย. แต่ว่าเป็นสเปอร์ส ที่คุมเกมได้มากกว่าโดยเฉพาะครึ่งหลัง ซึ่งนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมคิดว่าเกมมันน่าจะสูสี แต่วิลล่า ก็ดูจะน่ากลัวมากขึ้นในเกมนี้เพราะพวกเขาเป็นทีมที่เล่นเกมนอกบ้านได้อย่างวิเศษมาก พวกเขาเอาชนะได้ทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ดังนั้นทีมของ แฮร์รี่ เรดแนปป์ จึงต้องระวังตัวให้ดีในเกมสวนกลับเร็วของเหล่า "วิลเลียน"
ทีมของ มาร์ติน โอนีล ไม่แพ้ใครมา 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ (ชนะ 5) ดังนั้น ความมั่นใจของพวกเขาจึงสูงมากก่อนการไปเยือน ไวท์ ฮาร์ท เลน วิลล่า อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการยิงประตูในลีกในระยะหลัง แต่ในเกมรับพวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาแข็งแกร่งไม่ว่าจะเล่นที่ วิลล่า ปาร์ึ หรือเล่นที่ไหน สถิติมันแสดงให้เห็นวส่า มาร๋์ติน ทำได้ดีแค่ไหนในการซื้อขายผู้เล่นในแนวรับของวิลล่า ที่กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งในฤดูกาลนี้ด้วยนักเตะอย่าง ริชาร์ด ดันน์, เจมส์ คอลลินส์ และ สตีเฟ่น วอร์น็อค ที่ย้ายเข้ามา
ด้วยเกมรับนี้จะทดสอบเกมรุกในการเข้าคู่กันของหัวหอกสเปอร์สอย่าง เจอร์เมน เดโฟ และ ปีเตอร์ เคราช์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมาเกิดใหม่ของ เดวิด เบนท์ลรี่ย์ และ แกเร็ธ เบล ที่กลับมาเรียกฟอร์มได้อีกครั้ง ทั้งสองคนยิงรวมกัน 28 ประตูใน 28 นัดที่ลงเล่นด้วยกัน ดังนั้นเรื่องความเข้าขาเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เดโฟ เพิ่งจะยิงแฮตทริกในเกมกับ ลีดส์ได้ และจะเป็นตัวอันตรายที่สุดของสเปอร์ส ในการเจอกับวิลล่า เพราะเขาเพิ่งจะยิง 4 จาก 5 นัดที่เจอกันหลังสุด
ทั้ง เบนท์ลี่ย์และ เบล ต่างก็เกือบจะย้ายออกจากไวท์ ฮาร์ท เลน อยู่แล้วในเดือน ม.ค. แต่พวกเขาก็ได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่อีกครั้งและทำได้อย่างยอดเยี่ยม แกเร็ธ เป็นนักเตะพรสวรรค์แต่ขาดเรื่องการตัดสินใจในเกมรับ อย่งไรก็ดีดูเหมือน แฮร์รี่ จะมีการติวเข้มเป็นพิเศษในเรื่องนี้จนทำให้เขาดีขึ้นมาก
ฟูลแบ็กเวลส์คนนี้ยังเล่นเกมรุกได้สุดยอด และความสามารถของเขาในการเอาชนะแบ็กคู่แข่งและเปิดบอลเข้าไปให้เพื่อนจบสกอร์เป็นสิ่งที่น่าดูอย่างมาก เรื่องนี้ก็เหมือนกับ เบนท์ลี่ย์ ที่ทำผลงานได้สุดยอดใน 3 นัดหลัง เด็กหนุ่มคนนี้เคยถูกตั้งคำถามเรื่องทัศนคติมาโดยตลอด แต่ว่าเรื่องของพรสวรรค์นั้นไม่มีอะไรที่น่าสงสัยอีก ตอนนี้เงินที่จ่ายไปเริ่มจะคุ้มค่าแล้ว และฟอร์มของเขาในเกมที่ เซนต์ แอนดรูว์ส กับ เอลแลนด์โร้ด ก็ถือว่าสุดยอด
วิลล่า มีตัวริมเส้นที่น่าประทับใจอย่าง แอชลี่ย์ยัง และ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ทั้งคู่สามารถกระชากหนีคู่แข่งและเปิดบอลริมเส้นที่น่ากลัวมาก และมันก็จะเป็นอาวุธร้ายสำหรับพวกเขาในเกมนี้ ทีมของ มาร์ติน ชนะ 3 จาก 4 นัดหลังสุดในเกมเยือนโดยไม่เสียประตู และยังเป็นทีมเดียวที่สามารถยิงประตธได้มากกว่า 2 ลูกในการเจอกับสเปอร์ส ตลอด 29 นัดหลังในการเจอกันที่ "เดอะ เลน" ดังนั้นแม้ว่าคู่นี้จะอุดมไปด้วยสุดยอดแนวรุกแต่ผมก็ไม่คิดว่าจะมีประตูเกิดขึ้นมากนัก ผมคิดว่ามันน่าจะจบด้วยผลเสมอมากกว่าแต่ยังไงก็น่าจะเป็นเกมที่สนุกตื่นเต้น
|