โทร * 4966 ฟังวิเคราะห์ฟันธง จากกูรูที่มากประสบการณ์
www.sportinter.com Mobile *4966 ทีเด็ด มิสเตอร์น็อคโต๊ะ วิเคราะห์วิจารณ์
Columnist
ไข่มุกดำ คอลัมน์
โดย  ไข่มุกดำ
คอลัมนิสต์ผู้มากประสบการณ์ในการตระเวนใช้ชีวิตที่อังกฤษ มากว่า 8 ปี ผ่านทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลรายการใหญ่ๆ ทั้ง ฟุตบอลโลก, ฟุตบอลยูโร เคยเป็นบรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ ปัจจุบันยังมีผลงานประจำในหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
อยู่ที่หงส์?

 

หงส์จะเอาหรือเปล่า?

นี่เป็นคำถามที่ดังกระหึ่มไปทั่วเกาะอังกฤษ รวมถึงประเทศไทยและทั่วทุกชาติบนโลกใบนี้ที่เครซี่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  โดยที่มาที่ไปของคำถามนี้อย่างทราบกันครับว่าเกิดจากสถานการณ์ในการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่กำลังเดินทางมาถึงจุดไคลแมกซ์อยู่ในเวลานี้

ลำพังแค่เรานั่งลุ้น 2 ทีมที่ดีที่สุดในอังกฤษ เวลานี้อย่าง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ขับเคี่ยวกันว่าใครจะเข้าป้ายในฐานะอันดับ 1 ก็สนุกมากเกินพออยู่แล้ว

แต่เมื่อมีตัวแปรที่มีชื่อว่าหงส์แดง”​ลิเวอร์พูล มาเอี่ยวด้วย ประเด็นมันยิ่งขยายใหญ่โตมากขึ้นจนกลายเป็น Talk of the Town ในที่สุด

ก่อนจะลงลึกในรายละเอียด ต้องทราบสถานการณ์ก่อนครับว่าขณะนี้สิงโตน้ำเงินคราม”​และผีแดงมีแต้มห่างกันอยู่เพียง 1 แต้มเท่านั้น (80-79) โดยที่มีโปรแกรมการแข่งขันเหลืออีกทีมละ 2 นัดก็จะจบฤดูกาล

มองกันอย่างหยาบๆ เชลซี ย่อมมีโอกาสมากกว่าในการคว้าแชมป์เพราะหากชนะ 2 นัดที่เหลือ พวกเขาก็จะได้แชมป์ไปครองแน่นอน โดยที่ แมนฯยูไนเต็ด ยังต้องคอยแช่งอยู่

แต่ในความเป็นจริง มันกลับเป็นในทางตรงกันข้ามครับเพราะดูเหมือนจะเป็น เชลซี ที่ต้องคอยแช่งผีแดงให้มีโอกาสสะดุดพลาดบ้างจาก 2 นัดที่เหลือของฤดูกาล ในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ และ สโต๊ค

เหตุผลก็เพราะ เชลซี มีโปรแกรมหนักในการไปเยือนแอนฟิลด์ของทีมหงส์แดงนี่แหละครับ

ยามปกติแล้ว คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เชลซี ก็ไม่ได้ถือว่ากินเส้นกันนัก โดยเฉพาะในช่วง 5-6 ปีหลังที่มีคดีความกันมาตลอดไม่ว่าจะในหรือนอกสนาม เรียกว่าเจอกันครั้งใดก็ใส่กันดุเดือดไปเสียทุกครั้ง

แต่กับครั้งนี้ที่มีประเด็นอ่อนไหวทางความรู้สึกเรื่องที่ว่าเกมที่แอนฟิลด์ หากจบลงด้วยชัยชนะหรือผลเสมอของลิเวอร์พูล นั่นอาจหมายถึงการยื่นแชมป์ให้กับคู่ปรับตลอดกาลที่ไม่กินเส้นกันยิ่งกว่าอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด

และที่อ่อนไหวมากกว่านั้นคือ หากเป็นเช่นนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19 อันหมายถึงการยุติความภูมิใจของเหล่า เดอะ ค็อป ที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงชะโลมใจในวันตกต่ำมาตลอดว่าพวกเขาเป็นทีมอันดับหนึ่งของอังกฤษ

ทำใจลำบาก - นี่เป็นสภาพของลิเวอร์พูล ในเวลานี้ครับ

นี่จึงเป็นที่มาของคำถามว่าหงส์จะเอาหรือจะยอมในเกมกับ เชลซี โดยที่อย่าลืมว่าตัวเองก็ยังต้องพยายามเต็มที่เพื่อที่จะรักษาพื้นที่ในการไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เลือนราง หรือยูโรป้า ลีก ที่น่าหนักใจ

เรื่องนี้ทำให้คิดถึงเรื่องเก่า”​ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจครับ

ย้อนกลับไปในนัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1994-95 ที่ ลิเวอร์พูล ต้องรับมือกับกุหลาบเพลิงแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่มีวีรบุรุษแอนฟิลด์อย่างคิงเคนนี่ ดัลกลิช มาเยือน โดยที่แมนฯยูไนเต็ด ก็หวังให้ ลิเวอร์พูล ช่วยหยุดยั้งให้เหมือนในครั้งนี้

คำถามนั้นมีเหมือนกันเป๊ะครับ หงส์จะเอาหรือจะยอมกันแน่?

ในครั้งนั้น ลิเวอร์พูล ยุคของรอย อีแวนส์ เลือกที่จะสยบทุกกระแสวิจารณ์ด้วยการเล่นอย่างเต็มที่และสามารถเอาชนะ แบล็คเบิร์น ได้อย่างน่าประทับใจ โดยไม่คิดหน้าคิดหลังหรือกลัวจะเสียใจทีหลังหากต้องทนเห็นแมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ได้

นี่คือวิถีมืออาชีพของจริงครับ และ ลิเวอร์พูล ก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในครั้งนั้น

ที่ได้เฮยิ่งกว่านั้นก็คือถึง แบล็คเบิร์นจะพลาด แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ก็พลาดเหมือนกันทำให้ทีมของ แจ็ค วอล์คเกอร์ ได้แชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกและสมัยเดียวไปครอง เราจึงได้เห็นภาพน่าประทับใจที่เดอะ ค็อป ได้ร่วมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกของ เคนนี่ ดัลกลิช ราวกับพวกเขาคว้าแชมป์เสียเอง

สำหรับครั้งนี้ แม้จะมีเงื่อนไขพิเศษเรื่องสถานะความเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาลที่ส่อแววจะเสียไป แต่ก็อยากให้มั่นใจกันครับว่าเกมนี้ไม่มีซูเอี๋ย”​ให้เสียหายแน่

เพราะนอกเหนือจากประเด็นเรื่องของความเป็นมืออาชีพแล้ว อย่าลืมว่านี่เป็นเกมสุดท้าย”​ที่ ลิเวอร์พูล จะได้เล่นในแอนฟิลด์ ในฤดูกาลนี้

ตามธรรมเนียมของฟุตบอลอาชีพนั้น เกมสุดท้ายที่จะลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ต้องพยายามเล่นให้เต็มที่เพื่อตอบแทนแฟนๆที่เข้ามาให้กำลังใจในสนามกันตลอดทั้งฤดูกาล

โดยหลังจบเกมก็จะต้องมี Lap of Honor หรือการที่นักเตะ ผู้จัดการทีม และสตาฟฟ์โค้ชเดินขอบคุณแฟนๆทั่วสนาม ใครมีครอบครัวก็จะพาครอบครัวมาเดินขอบคุณด้วยกัน ใครที่จะย้ายทีมก็จะมีฉากซึ้งให้เห็น

เป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่งครับ

อีกประเด็นที่ทำให้ ลิเวอร์พูล จะต้องเต็มที่ก็อย่างที่บอกครับว่าพวกเขายังมีเป้าหมายให้ไขว่คว้าอยู่ในการไปเล่นสโมสรยุโรป

อย่างไรก็ดี เขียนแบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่า เชลซี จะไม่มีปัญญาบุกมาเอาชนะที่แอนฟิลด์ ได้นะครับ

ในทางตรงกันข้าม ในภาพรวมแล้วผมกลับมองว่าทีมจากลอนดอนมีโอกาสดีไม่น้อยที่จะบุกมาเก็บ 3 แต้มได้

ประเด็นนึงก็คือ ลิเวอร์พูล สภาพทีมไม่พร้อมไม่ว่าจะในเกมรับ ดาเนี่ยล แอกเกอร์ ต้องโดนโยกไปยืนแบ็กซ้าย ขณะที่กองหน้าการขาด เฟร์นานโด ตอร์เรส ทำให้ประสิทธิภาพลดลงไปมาก อีกทั้งยังเพิ่งจะผ่านเกมสำคัญในศึกยูโรป้า ลีก กับ แอตเลติโก มาดริด

ความอ่อนล้า ความบอบช้ำจึงมีมากกว่า

เชลซี ฟอร์มไม่ธรรมดาด้วยครับ แม้จะมีหลุดไปบ้างในเกมกับสเปอร์ส แต่การถล่ม สโต๊ค 7-0 นั้นน่าจะเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ทั้งหมด ซึ่งเมื่อคิดถึงองค์ประกอบโดยรวม และความปรารถนาที่จะคว้าแชมป์ เพราะทุกอย่างยังถือว่าอยู่ในมือ”​แบบนี้ ผมเชื่อว่าสิงห์บลูส์ก็คงไม่ยอมง่ายๆเหมือนกัน

เพราะถ้าผ่านนัดนี้ได้ ก็แทบจะเป็นการการันตีแชมป์ทางอ้อมครับ และไม่ต้องไปสนใจแมนฯยูไนเต็ด ที่โปรแกรมง่ายกว่าใน 2 นัดที่เหลือ (ซันเดอร์แลนด์-สโต๊ค)

ก็ต้องคอยจับตาดูกันครับสำหรับเกมนี้ 

ยังมีอีกคู่ที่อยากให้ลุ้นดูกันก็คือเกมลุ้นชิงพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แอสตัน วิลล่า ที่จะวัดกันในวันเสาร์ โดยเกมนี้ทั้งสองทีมไม่มีทางเลือกนอกจากชัยชนะสถานเดียว โดยมี สเปอร์ส ที่จะลงเล่นกับ โบลตัน รอดูสถานการณ์

สนุกแน่ครับสองเกมนี้ ผมเชื่อว่าเราน่าจะได้ดูเกมคุณภาพดีทั้งที่ ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ หรือแอนฟิลด์ ซึ่ง ทรูสปอร์ต ถ่ายทอดสดทั้งสองคู่ในวันเสาร์ 1 .. เวลา 21.00 .​และวันอาทิตย์ที่ 2 .. 19.30 .ตามลำดับ

ส่วนที่ สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะไปเยือนแมวดำ”​ซันเดอร์แลนด์ ดีกรีความเข้มข้นอาจจะไม่เท่า 2 คู่ข้างต้น

แต่ผมค่อนข้างมั่นใจครับว่างานนี้พริก-เกลือถูกเผากันเกลื่อนแน่ จากฝีมือเดอะ ค็อป อิๆ

 

จำนวนผู้ชมทั้งหมด 164 คน
จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด 0 คน

กล่องแสดงความคิดเห็น
Message :
Name :

 

 
วิเคราะห์ วิจารณ์

Home Football Live Score M Service วิเคราะห์ วิจารณ์ Columnist Feature!! World Sport SI Angle Clip VDO