รับผลและวิเคราะห์ แบบเป็นครั้งค่าบริการ 5 บาท/ครั้ง
www.sportinter.com Mobile *4966 ทีเด็ด มิสเตอร์น็อคโต๊ะ วิเคราะห์วิจารณ์
Columnist
ไข่มุกดำ คอลัมน์
โดย  ไข่มุกดำ
คอลัมนิสต์ผู้มากประสบการณ์ในการตระเวนใช้ชีวิตที่อังกฤษ มากว่า 8 ปี ผ่านทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลรายการใหญ่ๆ ทั้ง ฟุตบอลโลก, ฟุตบอลยูโร เคยเป็นบรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์กีฬารายวันคิกออฟ ปัจจุบันยังมีผลงานประจำในหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
ศึกชิง ‘เทรเบิลแชมป์’

 

สัปดาห์นี้เรามาส่งท้ายฤดูกาลยุโรปกันของจริงกับศึกชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ในฤดูกาลมีความพิเศษมากกว่าหลายๆครั้งที่ผ่านมากันครับ

ประการแรกที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือเกมนัดชิงชนะเลิศในปีนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์แทนที่จะเป็นวันพุธกลางสัปดาห์เหมือนทุกครั้ง ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่มีการขยับโปรแกรมเป็นสุดสัปดาห์แบบนี้

เหตุและผลนั้นผมจำได้ไม่ถนัดครับ แต่คุ้นๆว่าน่าจะเพื่อให้แฟนๆได้มีโอกาสได้สัมผัสกับแชมเปี้ยนส์ ลีก แบบเต็มที่ ไม่ต้องพะวงกับอะไรเพราะอยู่ในช่วงสุดสัปดาห์

ประการต่อมาที่มีความพิเศษเฉพาะครั้งนี้ก็คือจะเป็นเกมที่ 2 ทีมที่เข้าชิงต่างก็มีศักดิ์ศรีของการเป็นดับเบิ้ลแชมป์มาก่อนแล้วจากลีกภายในประเทศของตัวเอง

ดังนั้นเกมนี้นอกจากจะเป็นการเดิมพันศักดิ์ศรีของการเป็นเจ้ายุโรป”​แล้ว ก็ยังเป็นเกมที่มีเดิมพันเรื่องการคว้า 3 แชมป์ ซึ่งจะเป็นประวัติศาสตร์”​ของ 2 ทีมที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ทั้ง อินเตอร์มิลาน และ บาเยิร์น มิวนิค

และที่สืบเนื่องจากเรื่องดังกล่าวคือเท่ากับไม่ว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ สโมสรที่ได้ครองโทรฟี่​“บิ๊ก เอียร์ส”​ไปก็จะเป็นทีมที่ได้แชมป์ 3 รายการในฤดูกาลเดียวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากที่ปีกลาย บาร์เซโลน่า ได้สร้างประวัติศาสตร์ไปแล้ว

แต่ไม่ใช่บาร์ซ่า จะเป็นทีมแรกที่ทำได้ครับ เพราะทีมแรกที่คว้าเทรเบิลแชมป์”​ได้ก็คือผีแดง”​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 1999 นั่นเอง

สำหรับสนามแข่งขันที่จะเป็นเจ้าภาพจัดศึกใหญ่ครั้งนี้ก็สมศักดิ์ศรีครับ กับหนึ่งในสุดยอดสนามที่ไม่ว่าจะแฟนบอล หรือนักฟุตบอลต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะมาเยือนสักครั้ง

สนามแห่งนั้นก็คือ ซานติอาโก เบอร์นาบิว ของทีมราชันชุดขาวเรอัล มาดริด

เอสตาดิโอ ซานติอาโก เบอร์นาบิวหรือชื่อเดิมว่าเอสตาดิโอ คามาร์ติน เป็นสนามฟุตบอลระดับห้าดาวในมาตรฐาน UEFA Elite Stadium มีความจุ 80,354 คน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมาดริด ที่สอบถามบีบิ๊วอดีตหัวหน้ากองบ..คิกออฟ ที่เพิ่งไปเยือนมาล่าสุดพร้อมกับทีมผู้โชคดี Sportinter.com ได้ความว่าตั้งอยู่กลางเมืองจริงๆ

เรียกว่าโผล่ขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดินก็เห็นสนามประจันอยู่ตรงหน้าเลย ทำให้การเดินทางเข้า-ออกสนามเป็นไปอย่างสะดวกสุดๆ

ในอดีต เบอร์นาบิว เคยจัดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศศึก ยูโรเปี้ยน คัพ (ชื่อเดิมของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) มาแล้ว 3 ครั้งด้วยกัน ในปี 1957, 1969 และ 1980

ใน 3 นัดที่กล่าวมา นัดที่ถือเป็นตำนานก็คือเกมในปี 1957 อันเป็นยุคของการสถาปานาราชันชุดขาว”​ของจริง โดยมีซูเปอร์สตาร์แห่งยุคอย่าง อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่, ฟรานซิสโก้ เกนโต้ และ เรย์มงด์ โกปา โดยเกมนัดนั้นชิงกับม่วงมหากาฬ”​ฟิออเรนติน่า และเอาชนะได้ 2-0 จากประตูของ ดิ สเตฟาโน่ และ เกนโต้

แต่ที่บอกว่าเป็นตำนานก็เพราะมีผู้เข้ามาชมเกมในเบอร์นาบิว สูงถึง 120,000 คน!

สำหรับนัดชิงในวันเสาร์นี้คงจะมีคนไม่มากขนาดนั้นครับ แต่ก็ย่อมเต็มแน่นอนเพราะด้วยชื่อเสียงของสนาม และคู่ชิงในปีนี้ แม้จะไม่ถึงกับโดนใจ”​สุดๆสำหรับแฟนบอล เพราะเดิมก็ไม่ใช่ตัวเต็งในรายการนี้

แต่ด้วยเครดิตระดับงูใหญ่”​และเสือใต้”​แฟนบอลของสองทีมนี้ไม่มีทางยอมพลาดแน่นอน

แว่วๆว่าน้องเล็กลูกแม่กิ่งก็ขอตั๋วนัดชิงคู่นี้ไปแต่ทางยูฟ่า ปฏิเสธกลับมาตามคาด

แตกต่างจากนัดชิงยูโรป้า ลีก ที่อุตส่าห์วาดหวังว่าหงส์แดงจะเข้าชิงเลยรีบขอไปก่อน อันนี้ได้การตอบรับ แต่ไม่ไปเพราะทำใจไม่ได้ที่ต้องดู ฟูแล่ม เข้าชิง​(ฮา)

เกมคู่ชิงระหว่าง อินเตอร์กับ บาเยิร์น จะเป็นการพบกันครั้งที่ 4 ของทั้งสองทีมในแชมเปี้ยนส์ลีก (ยูโรเปี้ยน คัพ) โดยฝ่ายแรกเป็นฝ่ายชนะ 2 นัด เสมอ 1 และอีกหนึ่งเป็นชัยชนะของฝ่ายหลัง

เรียกว่าสถิติไม่ได้ขี่กันอะไรนักหนา

ในภาพรวมแล้วก็ต้องบอกว่าเกมนี้สูสีครับ เพราะนอกเหนือจากเครดิตทีมในระดับท็อปของยุโรปที่ห่างหายและหิวโหยต่อความสำเร็จในเวทียุโรปที่ต้องทนดูทีมจาก อังกฤษและ สเปน กอบโกยกันเข้าไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ความพร้อมและศักยภาพของทั้งสองทีมก็ถือว่าใกล้เคียงกัน

สำคัญคือโค้ชสองทีมก็จัดเป็นระดับซือแป๋”​เหมือนกัน

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าอินเตอร์ ดูจะมีเครดิตที่เหนือกว่าเล็กๆในส่วนของผู้เล่นที่ชื่อชั้นค่อนข้างดีกว่า เรียกว่าถ้าเป็นเกรดก็ต้องให้ระดับเอ ในเกือบทุกตำแหน่ง

อาจจะไม่ได้มีตัวเทพสุดหวือหวาเป็นพระเอกของทีมที่ชัดเจน แต่ทุกขุมกำลังล้วนเต็มไปด้วยนักเตะระดับอ๋องทั้งสิ้น ไล่ตั้งแต่ประตูเซซาร์ ไปจนถึง ดีเอโก้ มิลิโต้ และ ซามูแอล เอโต้ ในแดนหน้า

บาเยิร์น จะเป็นรองในส่วนของผู้เล่นอยู่บ้าง เพราะหลายคนก็เป็นนักเตะที่ไม่ถึงกับโด่งดังมากนักในสายตาแฟนบอลทั่วไป

ตัวเด่นๆของบาเยิร์น ก็คือ อาร์เยน ร็อบเบน, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, อิวิก้า โอลิช และสายเลือดของทีมอย่าง โธมัส มุลเลอร์

น่าเสียดายที่ ฟร้องก์ริเบรี่ หมดสิทธิ์ลงเล่นในเกมนัดนี้เพียงเพราะการเข้าสกัดที่ขาดสติในเกมกับแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งหากลงสนามได้ก็จะทำให้ บาเยิร์น ได้ลุ้นเพิ่มขึ้นอีกเยอะ

สำหรับในส่วนของกุนซือ โดยส่วนใหญ่ก็น่าจะให้เครดิตกับ “The Special One” อย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ อยู่มากกว่าใช่ไหมครับ?

แต่ตรงนี้ผมขออนุญาตให้เครดิตกุนซือระดับโคตรเซียนของวงการอีกคนอย่าง หลุยส์ ฟาน กาล ว่าไม่ได้เป็นรองเลยแม้แต่นิด

ในอดีต ฟาน กัล สร้างชื่อโดดเด่นที่สุดจากการพา อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยุคเด็กเต็มทีมผงาดเข้าชิงกับ เอซี มิลาน และคว้าแชมป์มาครองได้อย่างไม่มีใครอยากเชื่อ ซึ่งเป็นยุคทองสุดท้ายของอาแจ็กซ์ 

จากนั้นน่าเสียดายที่เส้นทางของ ฟาน กัล ตกต่ำลงเรื่อยๆจนเหมือนจะหมดยุคของเขาไปแล้ว

แต่การได้มีโอกาสปั้น อาแซด อัล์กมาร์ จนกลายเป็นทีมชั้นนำของฮอลแลนด์ ฟาน กัล ก็ได้กลับมาพิสูจน์กึ๋นตัวเองอีกครั้งกับบาเยิร์น ซึ่งแม้จะหนักหนาสาหัสเพราะลูกทีมไม่เข้าใจในช่วงแรก ที่สุดแล้วเพชรก็ยังเป็นเพชรวันยันค่ำ

ดังนั้นจะประมาท ฟาน กัล และบาเยิร์น ไม่ได้เด็ดขาดครับ

เท่าที่มีโอกาสติดตามมาสไตล์การเล่นของ บาเยิร์น เป็นทีมที่ยืดหยุ่นได้ทั้งรุกและรับ มีการจู่โจมริมเส้นที่น่ากลัว โดยเฉพาะตัวจี๊ดๆอย่าง ร็อบเบน และ โอลิช ที่พร้อมจะแสบได้ทุกเมื่อ และมีการเข้าทำที่เป็นระบบและมีความหลากหลาย

แตกต่างจากอินเตอร์ของ มูรินโญ่ ที่เน้นเกมรับเป็นรากฐาน ในเกมรุกใช้ความสามารถของผู้เล่นเป็นหลัก ไม่เน้นสวยแต่เน้นประสิทธิภาพ เล่นเหมือนจะไม่มีอะไร แต่โป้งดับ ซ้ำอีกโป้งตายสยอง เหมือนที่ บาร์ซ่า โดนมาในรอบรองชนะเลิศ

ผมจึงเชื่อว่าเราน่าจะได้ดูการต่อสู้ทางความคิดของสองกุนซือนี้ครับ รูปเกมอาจจะไม่ได้เร้าใจนัก แต่สำหรับคนที่ชอบวิเคราะห์ก็น่าจะชอบใจกับเกมที่มีการชิงไหวชิงพริบกันตลอด

เหมือนดูหมากรุก หมากล้อม ดูผิวเผินไม่ได้ ต้องคิดซ้อนหลายชั้นหลายตลบ

ในภาพรวมอย่างที่ให้เครดิตไว้ครับว่า อินเตอร์ ดีกว่าในเรื่องผู้เล่น แต่สำหรับเรื่องโค้ชผมว่าสู้กันสนุกแน่ และโอกาสก็ถือว่าใกล้เคียงกันอย่างมาก

ดังนั้นไม่ว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ก็ถือว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และขอแสดงความยินดีล่วงหน้าที่ได้สร้างประวัติศาสตร์”​บทใหม่ที่จะถูกจารึกเป็นตำนานไปอีกนานแสนนานครับ

 

จำนวนผู้ชมทั้งหมด 111 คน
จำนวนความคิดเห็นทั้งหมด 0 คน

กล่องแสดงความคิดเห็น
Message :
Name :

 

 
วิเคราะห์ วิจารณ์

Home Football Live Score M Service วิเคราะห์ วิจารณ์ Columnist Feature!! World Sport SI Angle Clip VDO