|

เรามีการเปิดประเด็นพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในเว็บไซต์ของเราในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จากบทความเมื่อไม่กี่วันก่อนของผมที่พูดถึงเรื่องของการลงทุนในอนาคตของทีมลิเวอร์พูล มีแฟนๆหลายคนสอบถามมาถึงรายละเอียดของแผนการดังกล่าวว่าที่ผมได้เข้าพบกับผู้บริหารระดับสูงในแอนฟิลด์ นั้นเป็นอย่างไร
โดยที่ไม่ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลความลับขั้นสุดยอด ผมสามารถบอกได้เกี่ยวกับรายละเอียดในการพูดคุยกับผู้บริหารของลิเวอร์พูล ในรายละเอียดเรื่องแผนการ 5 ปีที่มีการเอามาให้ผมดู ซึ่งทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับเรื่องของ “ความมั่นคง” เป็นหลัก
มีการยืนยันว่าเงินลงทุน 100 ล้านปอนด์นั้นมีความเกี่ยวข้องในฐานะการเป็น“ก้าวแรก”ของแผนการดังกล่าว และมีการรับประกันว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะเข้ามายังสโมสรในช่วงก่อนสิ้นสุดฤดูกาล ซึ่งชัดเจนว่าไม่ว่าเงินดังกล่าวจะเข้ามาจริงหรือไม่ แต่มันก็จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อก้าวต่อไปของแผนการ
ถ้าเงินลงทุนเข้ามา หุ้นในมือของ จิลเล็ตต์ และ ฮิคส์ ก็จะถูกลดลงไป - แต่ถ้าไม่เงินรายได้ของสโมสรก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนหนี้สินที่เหลืออยู่ และมันก็จะเป็น “กรอบ” ที่จำกัดสโมสรเอาไว้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หากปราศจากเม็ดเงินลงทุนและสโมสรต้องตกอยู่ในสถานะถูกจำกัดทางการเงิน ในความเห็นของผมแล้ว ลิเวอร์พูล(และแฟนๆ) ก็ไม่อาจจะคาดหวังได้ถึงการจบฤดูกาลเป็นทีมอันดับที่ 4 ได้อีก เรื่องนี้ผมได้รับการอธิบายมา โดยเป็น “ความเชื่อในหมู่ของผู้เชี่ยวชาญทางการเงินในอุตสหากรรมฟุตบอล”ว่ามันมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันระหว่างจำนวนค่าเหนื่อยที่สโมสรจ่ายออกไปกับระดับที่สโมสรจะสามารถคาดหวังในการแข่งขันได้ (กล่าวคือจ่ายมากได้ลุ้นมาก - ลูกแม่กิ่ง) เชลซี แมนฯยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล ต่างมีเพดานค่าเหนื่อยที่สูงกว่าที่แอนฟิลด์ รวมถึง สเปอร์ส และ แมนฯซิตี้ ก็ไต่ระดับขึ้นมาเทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้ มันก็เป็นถือเป็นมุมมองที่เป็นกลางมากพอที่จะบอกว่าเรื่องจะการันตีท็อปโฟร์มันก็เป็นไปไม่ได้อีก คิดเหมือนกันไหมครับ?
นี่คือสิ่งที่มีการพูดคุยกันแล้วว่ามีส่วนเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่โดยเจ้าของสโมสรชาวอเมริกัน แต่เป็นผู้อำนวยการที่ทาง RBS (รอยัล แบงค์ ออฟ สกอตแลนด์ เจ้าหนี้ของลิเวอร์พูล) ให้แต่งตั้งเข้ามาเพื่อทำการดูแลยุทธศาสตร์การเงินของสโมสร ซึ่งแม้โดยธรรมชาติแล้วคนพวกนี้ก็ต้องพยายามโน้มน้าวใจให้ทุกคนเชื่อมั่นใจความคิดและวิสัยทัศน์ของพวกเขา(ก็เหมือนเซลแมน - ลูกแม่กิ่ง) แต่ว่าจากการที่ได้พูดคุยโดยส่วนตัว ผมได้รับการชักจูงในเชื่อว่า หากมีเม็ดเงินลงทุนที่จำเป็นอย่างมากเข้ามา สโมสรก็จะกลับมาอยู่ในความปลอดภัยอีกครั้ง
สำหรับเม็ดเงินลงทุน 100 ล้านปอนด์นั้น ยังจะมีส่วนช่วยในเรืื่องของการลงทุนสร้างสนามใหม่ (ที่จะมีมูลค่า 350 ล้านปอนด์) ในขณะเดียวกันก็จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความน่าเชื่อถือในการขอกู้เงินและขอเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเติมจากธนาคารด้วย(คือตอนนี้สภาพทางการเงินของสโมสรย่ำแย่ สภาพคล่องไม่มี ทำให้แบงค์ไม่ไว้ใจ - ลูกแม่กิ่ง)
ผมขอต่อไปถึงอีกคำถามจากแฟนๆที่สอบถามมาว่าเงิน 100 ล้านปอนด์ที่ว่านี้จะมีให้ใช้จ่ายในการเสริมทีมมากน้อยแค่ไหน? คำตอบก็คือในระยะสั้น คงจะเป็นไปได้ยากที่แฟนๆจะได้เห็นว่าสโมสรมีอำนาจในการซื้อผู้เล่นที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี ในระยะยาวสโมสรจะอยู่ในสถานภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นและเมื่อถึงเวลานั้นงบประมาณของสโมสรก็จะเพิ่มขึ้นเอง ยกตัวอย่างเช่น แผนการดังกล่าวก็เพื่อการหารายได้เพิ่มจากค่าเข้าชมในสนามใหม่ที่จะทำให้กำไรของสโมสรเพิ่มเป็น 2 เท่าจากของเดิม 45 ล้านปอนด์ ซึ่งมันก็จะกลับมาเป็นตัวเลขงบประมาณในการซื้อขายผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นเอง รวมถึงกลับมาในรูปแบบอื่นๆด้วย
ถ้าถามว่าแผนการดังกล่าวนั้นจะสามารถจูงใจให้ ราฟา เบนิเตซ ฝากอนาคตเอาไว้ที่ ลิเวอร์พูลได้หรือเปล่า? แน่นอนว่าจูงใจได้แน่ และความเป็นจริงก็ได้มีการเตรียมแผนการสำหรับการทำทีมในระยะสั้นและระยะกลางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยราฟา จะดึงผู้เล่น 2-3 รายที่เลือกไว้และสามารถย้ายทีมได้อย่างไม่มีค่าตัวในช่วงปิดฤดูกาล (มารูยาน ชามัค, มิลาน โยวาโนวิช - ลูกแม่กิ่ง) ราฟา ยังจำเป็นต้องจัดการโละผู้เล่นบางคนที่ไม่มีความสุขออกไปในค่าตัวที่ค่อนข้างต่ำ (ไรอัน บาเบิล, ฟิลิปป์ เดเก้น และอาจรวมถึงฮาเวียร์ มาสเชราโน่ - ลูกแม่กิ่ง)เพื่อที่จะนำเงินดังกล่าวมาหมุนกลับเข้ามาสู่ทีมอีกครั้ง เรื่องนี้ผู้บริหารก็พูดไปในแนวทางเดียวกัน
แฟนๆลิเวอร์พูล เองก็คงจะจับสัญญาณได้ว่าการเซ็นสัญญาแบบไม่มีค่าตัวจะมีบทบาทสำคัญสำหรับการซื้อผู้เล่นมาเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่มันก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ราฟา กำลังพยายามทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบและอดทน และพยายามคิดเผื่อไปในกรณีที่หากไม่มีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาเสริม หรือว่างบประมาณในการทำทีมของเขาอาจจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างที่คาดไว้
มันยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นด้วยว่า ถึงแม้จะมีความสนใจจาก ยูเวนตุส แต่ราฟา ก็มีการวางแผนอนาคตไว้ที่ลิเวอร์พูล และในความคิด และหัวใจของเขาในเวลานี้ยังผูดติดกับแอนฟิลด์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในเรื่องของเม็ดเงินลงทุนจากภายนอก ถ้าหากสโมสรมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาเสริมอีก 100 ล้านปอนด์จริง และสนามใหม่เริ่มก่อสร้าง ถึงตรงนั้น ราฟา ก็จะสามารถสร้างทีมที่มีความแข็งแกร่งสู้กับ ยูไนเต็ด และ เชลซีได้ แต่ถ้ามันไม่เป็นอย่างนั้น เป้าหมายก็คงจะต้องเป็นการพยายามรักษา 11 ขุนพลชุดแรกให้สามารถขับเคี่ยวกับคู่แข่งได้มากที่สุด ในขณะที่ต้องพยายามทำให้มั่นใจได้ว่านักเตะชุดสองจะดีเท่าที่เป็นไปได้ในสถานการณ์แบบนี้
|